หากคุณกังวลเรื่องการระคายเคืองจากการทำ LHA Peeling หรือ Lala Peel แบบกรดที่ Uijeongbu

25 สิงหาคม 2569

สวัสดีครับ

ผมหมอโชฮยอกชาน จาก Cleor Clinic สาขา Uijeongbu ครับ

คุณเคยประสบปัญหาผิวหน้าแดงหรือรู้สึกแสบร้อนหลังจากทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิว (Peeling) แบบเดิมๆ หรือไม่ครับ?

หรือเคยรู้สึกถึงความแห้งกร้านและผิวตึงหลังจากทำ Peeling ไปแล้วหลายวันบ้างไหมครับ?

"อยากดูแลเรื่องเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่พอทำ Peeling ทีไรก็ระคายเคืองมากจนต้องเลื่อนออกไปตลอด

ได้ยินมาว่ามีวิธีดูแลเซลล์ผิวโดยไม่ระคายเคือง

เลยอยากทราบว่ามีหลักการอย่างไรในการจัดการกับเซลล์ผิวโดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองครับ"

ผมได้รับคำถามเหล่านี้บ่อยครั้งในห้องตรวจครับ

สารประกอบใน Peeling แบบเดิมส่วนใหญ่เป็นกรดเข้มข้นที่มีค่า pH ประมาณ 2~3

เมื่อสารที่มีความเป็นกรดสูงซึ่งแตกต่างจากค่าความเป็นกรดของผิวตามธรรมชาติ (pH 5.5) สัมผัสกับผิว

อาจทำให้ไม่เพียงแค่เซลล์ผิวที่ตายแล้วเท่านั้นที่ถูกกำจัดออกแต่ยังอาจทำลายเกราะป้องกันผิวอีกด้วย

จึงเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดอาการผิวแดง ระคายเคือง และแห้งกร้านซ้ำๆ หลังทำ Peeling

เพื่อแก้ไขปัญหาการระคายเคืองนี้ L'Oréal จึงได้พัฒนาสารที่เรียกว่า LHA ขึ้นมา

และวิธีการทำ Peeling โดยใช้ LHA นี้ก็คือ Uijeongbu LHA Peeling ครับ

วันนี้ผมจะมาอธิบายว่าทำไมสาร LHA ถึงถูกจัดว่าเป็น Peeling รุ่นที่ 4

มีความแตกต่างจาก AHA, BHA, PHA แบบเดิมอย่างไร

และ Lala Peel มีขั้นตอนการทำอย่างไรครับ

Uijeongbu LHA Peeling คืออะไร

👉 Uijeongbu LHA Peeling เป็นการทำ Peeling รุ่นที่ 4 ที่ใช้สาร LHA (Lipohydroxy Acid) ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ ที่มีค่า pH 5.5 พัฒนาโดยบริษัท L'Oréal ประเทศฝรั่งเศส

ช่วยละลายชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยน โดยให้บริการภายใต้ชื่อ Lala Peel ครับ

LHA ย่อมาจาก Lipohydroxy Acid ซึ่งหมายถึงกรดไฮดรอกซีที่ละลายในไขมัน

เป็นอนุพันธ์ของกรดซาลิไซลิก (BHA) และมีสารประกอบหลักคือ Octanoyl Salicylic Acid

หากการทำ Peeling ด้วย AHA/BHA แบบเดิมเป็นการตัดวงจรการเชื่อมต่อของเซลล์ผิวด้วยกรดเข้มข้น

LHA จะใช้วิธีการละลายชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยนในสภาวะที่เป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งใกล้เคียงกับค่าความเป็นกรดของผิวตามธรรมชาติ ทำให้หลักการเข้าถึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

ที่สาขา Uijeongbu เราใช้โซลูชัน Lala Peel ที่พัฒนาโดย L'Oréal

และเนื่องจากเป็นวิธีแบบ Double Solution ที่รวมสาร LHA เข้ากับสารอัลคาไลน์และสารเคลือบไขมัน

จึงช่วยลดการระคายเคือง พร้อมทั้งกระตุ้นการซึมซาบของสารสำคัญและปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติไปพร้อมกันครับ

4 เหตุผลที่จัดให้ LHA เป็น Peeling รุ่นที่ 4

👉 LHA ได้รับการยอมรับว่าเป็นสาร Peeling รุ่นที่ 4 ที่แตกต่างจาก Peeling แบบกรดทั่วไปด้วยเหตุผล 4 ประการ ได้แก่ ค่า pH ที่เป็นกรดอ่อน, คุณสมบัติละลายในไขมัน, ขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ และการออกฤทธิ์แบบเฉพาะเจาะจง

ค่า pH 5.5 ที่เป็นกรดอ่อน - ใกล้เคียงกับค่าความเป็นกรดของผิวตามธรรมชาติ

จุดเด่นที่สุดของ LHA คือการเป็นกรดอ่อนที่มีค่า pH 5.5

  • โดยปกติผิวจะรักษาความเป็นกรดอ่อนๆ ที่ pH 5~6 ไว้ตามธรรมชาติ

LHA มีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับค่าความเป็นกรดของผิวนี้มาก

จึงออกฤทธิ์เฉพาะกับชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วโดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว

หากการทำ Peeling ด้วย AHA/BHA แบบเดิมที่มีค่า pH 2~3 ทำให้เกิดการระคายเคืองสูง

LHA จะช่วยลดอาการผิวแดงและการระคายเคืองหลังทำได้อย่างมากครับ

ละลายในไขมัน - เข้าถึงรูขุมขนที่มีความมัน

LHA เป็นสารที่ชอบน้ำมัน (Lipophilic)

  • หาก AHA ซึ่งเป็นสารที่ละลายในน้ำเข้าถึงได้เพียงเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนพื้นผิวชั้นนอก

LHA ที่ละลายในไขมันจะสามารถซึมลึกเข้าไปในรูขุมขนที่มีความมัน เพื่อจัดการกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วและไขมันส่วนเกินไปพร้อมกัน

คุณสมบัตินี้มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสม และผู้ที่ต้องการดูแลรูขุมขนครับ

ขนาดโมเลกุลใหญ่ - ซึมซาบช้าเพื่อลดการระคายเคือง

LHA มีขนาดโมเลกุลที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับกรดชนิดอื่น

  • เมื่อโมเลกุลมีขนาดใหญ่ จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว แต่จะค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปอย่างช้าๆ

คุณสมบัตินี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการระคายเคืองให้เหลือน้อยที่สุด

จึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายที่กังวลกับการทำ Peeling ครับ

การออกฤทธิ์แบบเฉพาะเจาะจง - ตอบสนองเฉพาะรูขุมขนที่มีความมัน

LHA มีคุณสมบัติในการออกฤทธิ์เฉพาะกับรูขุมขนที่เต็มไปด้วยไขมัน

  • เนื่องจากไม่ได้ทำปฏิกิริยากับผิวบริเวณปกติมากนักและเน้นจัดการเฉพาะจุดที่จำเป็น

จึงช่วยลดภาระการระคายเคืองต่อผิวบริเวณปกติหลังทำ Peeling ได้อย่างมากครับ

เปรียบเทียบสาร Peeling 4 ชนิด AHA·BHA·PHA·LHA

👉 สาร Peeling ทางเคมีที่นิยมใช้มี 4 ชนิด ได้แก่ AHA, BHA, PHA และ LHA ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านความเป็นกรด คุณสมบัติ และสภาพผิวที่เหมาะสม

LHA ถูกจัดว่าเป็นสารรุ่นที่ 4 ที่ระคายเคืองน้อยที่สุดในบรรดาสารเหล่านี้ครับ

AHA (Alpha Hydroxy Acid) - รุ่นที่ 1

เป็นสารที่สกัดจากผลไม้ เช่น กรดไกลโคลิก, กรดแลคติก, กรดซิตริก

  • ละลายในน้ำ จึงออกฤทธิ์ที่เซลล์ผิวชั้นนอกและมีความเป็นกรดเข้มข้นที่ pH 2~3

แม้จะมีประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวสูง แต่ก็ทำให้เกิดการระคายเคืองและไวต่อแสงแดด

จึงจำเป็นต้องป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัด มักใช้กับผิวธรรมดาถึงผิวแห้งครับ

BHA (Beta Hydroxy Acid) - รุ่นที่ 2

มีกรดซาลิไซลิกเป็นสารหลัก ละลายในไขมันจึงเข้าถึงไขมันในรูขุมขนได้

  • มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวและควบคุมความมัน แต่เนื่องจากเป็นกรดเข้มข้นจึงทำให้เกิดการระคายเคือง

และมีคุณสมบัติระเหยง่าย ทำให้การซึมซาบจำกัดอยู่แค่ชั้นผิวชั้นนอกครับ

PHA (Poly Hydroxy Acid) - รุ่นที่ 3

มีกลูโคโนแลคโตนเป็นสารหลัก มีขนาดโมเลกุลใหญ่และมีความเป็นกรดที่อ่อนโยน

  • ระคายเคืองน้อยกว่า AHA/BHA และไวต่อแสงแดดน้อยกว่า

จึงใช้กับผิวแพ้ง่ายได้ แต่เนื่องจากไม่ละลายในไขมัน จึงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงรูขุมขนครับ

LHA (Lipohydroxy Acid) - รุ่นที่ 4

เป็นอนุพันธ์ของกรดซาลิไซลิก มีค่า pH 5.5 ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ

  • ด้วยคุณสมบัติที่รวมเอาการละลายในไขมัน + ขนาดโมเลกุลใหญ่ + การออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงเข้าด้วยกัน

จึงใช้ได้ผลดีกับทั้งผิวแพ้ง่าย ผิวมัน และผิวผสม

และถือเป็นสารที่ระคายเคืองน้อยที่สุดในบรรดาสาร Peeling ที่มีอยู่ในปัจจุบันครับ

วิธีการทำ Lala Peel

👉 Lala Peel ดำเนินการด้วยวิธี Double Solution ที่รวมสาร LHA เข้ากับสารอัลคาไลน์และสารเคลือบไขมัน โดยเน้นการดูแลเซลล์ผิวผ่าน 4 ขั้นตอน ได้แก่ การจับตัวของโปรตีน, การซึมซาบของสารสำคัญ, การปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ และการฟื้นฟูผิวจากภายในครับ

การทา Double Solution

โซลูชัน Lala ที่พัฒนาโดย L'Oréal เป็นรูปแบบที่รวม LHA เข้ากับ

สารอัลคาไลน์ (HP-Sol) และสารเคลือบไขมัน (Lipids)

  • หลังจากล้างหน้าแล้ว เมื่อทาโซลูชันลงบนบริเวณที่ทำทรีตเมนต์

ชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วจะค่อยๆ ละลายอย่างอ่อนโยน พร้อมกับที่สารสำคัญจะซึมซาบเข้าสู่ผิวชั้นในครับ

วิธีการละลายโปรตีน (หลักการที่แตกต่างจากการลอกผิว)

หากการทำกรอผิว (Micro-peeling) แบบเดิมเป็นการทำให้โปรตีนจับตัวกันแล้วลอกออกอย่างฝืนธรรมชาติ

Lala Peel ใช้วิธีการผสมผสานระหว่าง LHA, สารอัลคาไลน์ และสารเคลือบไขมัน เพื่อละลายโปรตีนอย่างอ่อนโยน

  • พร้อมกับนำพาสารสำคัญให้ซึมซาบเข้าไปด้วย

จึงเป็นการปรับปรุงผิวจากภายในโดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองจากการลอกผิวแบบฝืนธรรมชาติครับ

การปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ

การปรับวงจรการฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเป็นปกติคือหัวใจสำคัญของ Lala Peel ครับ

ผิวที่มีสุขภาพดีจะผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติในรอบประมาณ 28 วัน

  • แต่หากวงจรนี้พังทลายลงจากความเครียด การระคายเคือง หรือความชรา จะทำให้เซลล์ผิวหนาตัวขึ้นและจับตัวกัน

ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำและเกิดปัญหาผิวซ้ำๆ

LHA จะช่วยปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ

ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นจากภายในครับ

โครงสร้าง 2 ขั้นตอน: Basic และ Ultra

โซลูชัน Lala ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนคือ Basic และ Ultra

ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความเข้มข้นในการดูแลได้

  • คุณสามารถดูแลผิวอย่างต่อเนื่องด้วย Basic และเสริมการดูแลเชิงลึกด้วย Ultra

ทำให้สามารถปรับการดูแลให้เข้ากับสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้ครับ

เหตุผลที่ Lala Peel มักทำร่วมกับทรีตเมนต์อื่น

👉 แม้ Lala Peel จะสามารถทำเดี่ยวๆ ได้ แต่เมื่อทำร่วมกับทรีตเมนต์อื่น เช่น เลเซอร์รักษาสีผิว, การยกกระชับผิว, หรือ Skin Booster จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการซึมซาบของสารสำคัญได้ดียิ่งขึ้นครับ

ทำร่วมกับเลเซอร์รักษาสีผิว

หากทำ Lala Peel เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมก่อนทำเลเซอร์รักษาสีผิว

พลังงานจากเลเซอร์จะถูกส่งไปยังเม็ดสีได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

เมื่อผิวได้รับการเตรียมพร้อมแล้ว ปฏิกิริยาของเลเซอร์จะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

  • ส่งผลให้ผลลัพธ์ในการรักษาสีผิวมีความเสถียรครับ

ทำร่วมกับการยกกระชับผิว

หากเตรียมพื้นผิวด้วย Lala Peel ก่อนการทำยกกระชับผิว

ผลลัพธ์ของการยกกระชับจะเสริมประสิทธิภาพไปพร้อมกับสภาพผิวชั้นนอก

การทำทรีตเมนต์ที่ให้การกระตุ้นเชิงลึกด้วยการยกกระชับและดูแลพื้นผิวด้วย Lala Peel เป็นสิ่งที่มักได้รับการพิจารณาครับ

  • ทำร่วมกับ Skin Booster

หากเตรียมชั้นเซลล์ผิวด้วย Lala Peel ก่อนทำ Skin Booster

สารสำคัญของ Skin Booster จะซึมซาบเข้าสู่ชั้นหนังแท้ได้ดียิ่งขึ้น

จึงเป็นส่วนผสมที่มักใช้ในแผนการดูแลผิวเป็นประจำครับ

  • ไลน์อัพ Uijeongbu LHA Peeling

👉 ที่สาขา Uijeongbu เราให้บริการ LHA Peeling ผ่าน Lala Peel และคุณสามารถเลือกจำนวนครั้งตามแผนการดูแลผิวเป็นประจำได้ครับ

โดยทั่วไปหากทำเป็นประจำทุก 2~4 สัปดาห์ จะช่วยให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวกลับมาเป็นปกติได้อย่างมั่นคง

และเมื่อทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สภาพผิวจะได้รับการปรับปรุงจากรากฐานครับ

นอกจากการทำ Lala Peel เดี่ยวๆ แล้ว

ยังสามารถทำร่วมกับทรีตเมนต์อื่น เช่น เลเซอร์รักษาสีผิว, การยกกระชับผิว, หรือ Skin Booster เพื่อปรับให้เข้ากับวัตถุประสงค์ในการดูแลผิวของคุณได้

จำนวนครั้งและส่วนผสมที่เหมาะสมกับสภาพผิวและแผนการดูแลของคุณ

เราจะร่วมกันพิจารณาในการตรวจประเมินก่อนทำทรีตเมนต์ครับ

ผู้ที่เหมาะกับ LHA Peeling

ผู้ที่กังวลกับการระคายเคืองจากกรดของ AHA/BHA แบบเดิม

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบางที่ต้องการการดูแลด้วย Peeling

ผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสมที่ต้องการดูแลไขมันในรูขุมขน

ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำเนื่องจากวงจรการผลัดเซลล์ผิวพังทลาย

  • ผู้ที่ต้องการวิธีดูแลที่อ่อนโยนกว่าการลอกผิวแบบฝืนธรรมชาติ

  • ผู้ที่ต้องการเตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนทำเลเซอร์รักษาสีผิวหรือการยกกระชับผิว

  • ผลข้างเคียงของ Uijeongbu LHA Peeling และสิ่งที่ควรทราบล่วงหน้า

  • 👉 Uijeongbu LHA Peeling เป็นทรีตเมนต์ที่มีการระคายเคืองต่ำกว่า Peeling แบบกรดอย่างมาก แต่อาจมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและอาการแพ้สารประกอบของแต่ละบุคคล

  • หลังทำทรีตเมนต์ทันที อาจมีอาการผิวแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกแสบร้อนเพียงเล็กน้อย

  • ซึ่งโดยทั่วไปจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง

แม้ LHA จะเป็นกรดอ่อนที่มีค่า pH 5.5 แต่เนื่องจากเป็นสารที่มีความเป็นกรด

การดูแลเรื่องแสงแดดและการระคายเคืองในช่วงสองสามวันหลังทำทรีตเมนต์ยังคงมีความสำคัญครับ

การดูแลด้วยครีมฟื้นฟูผิวและครีมปลอบประโลมผิวหลังทำจะช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น

เนื่องจาก Lala Peel เป็นวิธีปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ จึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันจากการทำเพียงครั้งเดียว

แต่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องทุก 2~4 สัปดาห์

เนื่องจากเป็นอนุพันธ์ของกรดซาลิไซลิก หากคุณมีประวัติการแพ้กรดซาลิไซลิก

จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบในการตรวจประเมินก่อนทำทรีตเมนต์ครับ

ภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราจะตัดสินใจความเข้มข้นในการทำทรีตเมนต์

หลังจากตรวจสอบสภาพผิวและสภาวะผิวของคุณในการตรวจประเมินก่อนทำทรีตเมนต์แล้ว

หากคุณอยู่ในกรณีต่อไปนี้ อาจมีการจำกัดการทำทรีตเมนต์หรือ

จำเป็นต้องตรวจสอบล่วงหน้า โปรดแจ้งให้เราทราบในระหว่างการตรวจประเมินครับ

กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

มีประวัติการแพ้กรดซาลิไซลิกหรือสารแอสไพริน

มีอาการติดเชื้อ แผล หรือเริมในบริเวณที่จะทำทรีตเมนต์

เพิ่งผ่านการทำ Peeling, การลอกผิว หรือเลเซอร์ที่รุนแรงมา

  • กำลังรับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง (เช่น Isotretinoin)

  • เพิ่งไปทำผิวแทนหรือสัมผัสแสงแดดมาเป็นเวลานาน

  • ⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำ LHA Peeling

  • 👉 LHA Peeling เป็นทรีตเมนต์ที่ความเสถียรของผลลัพธ์และความเร็วในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับการดูแลผิวที่บ้านก่อนทำและการป้องกันแสงแดดหลังทำทรีตเมนต์ครับ

  • ❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q. สามารถเห็นผลลัพธ์ของ Uijeongbu LHA Peeling ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

คุณสามารถสัมผัสได้ว่าพื้นผิวเรียบเนียนขึ้นตั้งแต่หลังทำทรีตเมนต์ทันทีครับ

ปฏิกิริยาการปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 2~4 สัปดาห์

และเมื่อทำซ้ำเป็นประจำ สภาพผิวจะได้รับการปรับปรุงจากภายในครับ

Q. จุดที่แตกต่างที่สุดระหว่าง Lala Peel กับ Peeling อื่นๆ คืออะไร?

คือการเป็นกรดอ่อนที่มีค่า pH 5.5 ครับ

หากการทำ Peeling ด้วย AHA/BHA แบบเดิมเป็นการตัดวงจรการเชื่อมต่อของเซลล์ผิวด้วยกรดเข้มข้นที่ pH 2~3

LHA ใช้วิธีการละลายชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยนด้วยความเป็นกรดอ่อนๆ ที่เท่ากับค่าความเป็นกรดของผิวตามธรรมชาติ

ซึ่งความระคายเคืองที่ต่ำมากคือความแตกต่างที่สำคัญครับ

Q. ผิวแพ้ง่ายสามารถทำได้ไหม?

LHA เป็นสารรุ่นที่ 4 ที่ระคายเคืองน้อยที่สุดในบรรดาสาร Peeling ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

จึงเป็นตัวเลือกที่มักใช้กับผิวแพ้ง่ายครับ

เป็นทรีตเมนต์ที่ได้รับการพิจารณาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่เคยระคายเคืองจากการทำ Peeling แบบเดิมครับ

Q. ความเจ็บปวดขณะทำทรีตเมนต์เป็นอย่างไร?

อาจรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อยขณะทำ แต่แทบไม่มีความเจ็บปวดและทำได้อย่างสบายครับ

อาการผิวแดงหลังทำจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในวันถัดไปครับ

Q. ควรทำบ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปแนะนำให้ทำทุก 2~4 สัปดาห์ครับ

เนื่องจากวงจรการฟื้นฟูผิวอยู่ที่ประมาณ 28 วัน การทำซ้ำตามวงจรนี้

จะช่วยให้ปฏิกิริยาการปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวสะสมผลลัพธ์ได้อย่างมั่นคงครับ

Q. สามารถแต่งหน้าหลังทำ Lala Peel ได้ไหม?

สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ทำทรีตเมนต์ครับ

ในช่วงสองสามวันหลังทำทรีตเมนต์ ควรดูแลด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน

และอย่าลืมทาครีมกันแดดเพื่อช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่นครับ

Q. สามารถทำร่วมกับทรีตเมนต์อื่นได้ไหม?

Lala Peel มีประสิทธิภาพเสริมเมื่อทำร่วมกับทรีตเมนต์ เช่น เลเซอร์รักษาสีผิว, การยกกระชับผิว, หรือ Skin Booster ครับ

เนื่องจากช่วยให้การซึมซาบของสารสำคัญและการส่งผ่านพลังงานของทรีตเมนต์อื่นทำได้ดียิ่งขึ้นจากการเตรียมพื้นผิว

จึงมักถูกนำมาทำร่วมกันในแผนการดูแลผิวเป็นประจำครับ

Q. หลังทำทรีตเมนต์จะมีเซลล์ผิวลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ไหม?

Lala Peel ไม่ใช่วิธีการลอกผิวแบบฝืนธรรมชาติ

แต่เป็นวิธีปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ จึงไม่มีการลอกผิวแบบรุนแรง แต่จะเป็นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนครับ

จะเป็นกระบวนการที่เซลล์ผิวค่อยๆ ผลัดออกอย่างเป็นธรรมชาติในช่วงสองสามวันหลังทำทรีตเมนต์ครับ

สารประกอบใน Peeling แบบเดิมส่วนใหญ่เป็นกรดเข้มข้นที่มีค่า pH 2~3

ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ยังทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้เกิดปัญหาผิวแดงและระคายเคืองซ้ำๆ

เพื่อแก้ไขปัญหาการระคายเคืองนี้ L'Oréal จึงได้พัฒนาสาร LHA ขึ้นมา

และเป็นสารที่ถูกจัดว่าเป็น Peeling รุ่นที่ 4 เนื่องจากใช้วิธีการละลายชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยนด้วยความเป็นกรดอ่อนๆ ที่ pH 5.5 ซึ่งเท่ากับค่าความเป็นกรดของผิวตามธรรมชาติครับ

Uijeongbu LHA Peeling ดำเนินการผ่าน Lala Peel

และเป็นทรีตเมนต์ที่ใช้ Double Solution ซึ่งรวม LHA เข้ากับสารอัลคาไลน์และสารเคลือบไขมัน

เพื่อลดการระคายเคืองพร้อมทั้งกระตุ้นการปรับวงจรการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติและการซึมซาบของสารสำคัญไปพร้อมกันครับ

ที่สาขา Uijeongbu นอกจากการทำ Lala Peel เดี่ยวๆ แล้ว

คุณยังสามารถทำร่วมกับทรีตเมนต์อื่น เช่น เลเซอร์รักษาสีผิว, การยกกระชับผิว, หรือ Skin Booster ได้ครับ

หากคุณต้องการเพิ่มความเสถียรของปฏิกิริยาเม็ดสีของเลเซอร์รักษาสีผิวหลังจากเตรียมพื้นผิวด้วย Lala Peel

หรือต้องการเสริมประสิทธิภาพของสภาพผิวชั้นนอกจากการยกกระชับผิว

หรือต้องการผลลัพธ์ในการกระตุ้นการดูดซึมสารสำคัญของ Skin Booster

คุณสามารถพิจารณาทำร่วมกันในแผนการดูแลผิวเป็นประจำได้ครับ

เราจะตรวจสอบทิศทางที่เหมาะสมกับสภาพผิวและวัตถุประสงค์ในการดูแลผิวของคุณโดยตรงในระหว่างการให้คำปรึกษาครับ

หากคุณกังวลกับการระคายเคืองจาก Peeling แบบเดิม หรือต้องการการดูแลด้วย Peeling สำหรับผิวแพ้ง่าย

เชิญแวะมาที่ Cleor Clinic สาขา Uijeongbu ได้โดยไม่ต้องกังวลครับ

แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำทรีตเมนต์ คุณก็สามารถตรวจสอบทิศทางของ Lala Peel ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณได้

ผ่านการตรวจประเมินก่อนทำทรีตเมนต์ครับ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรดตัดสินใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการทำทรีตเมนต์ที่แม่นยำผ่านการให้คำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ

클레오르의원 의정부점으로 부담 없이 방문해 주세요.

시술 결정 전이라도 사전 진료를 통해

본인 피부 상태와 어울리는 라라필 진행 방향을 함께 살펴보실 수 있습니다.

※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.

정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.