Shurink Universe HIFU Lifting อึยจองบู หากคุณเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจกับรูปถ่ายที่ไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์?

10 เมษายน 2569

สวัสดีครับ!

ผม นพ. โจ ฮยอก-ชาน ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขาอึยจองบู ครับ

"ถ้าไม่มีฟิลเตอร์ ก็ถ่ายเซลฟี่ไม่ได้เลย!"

มีบางวันที่พอถ่ายรูปเสร็จแล้ว เราต้องรีบหาฟิลเตอร์มาใช้ทันที

ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลย

น้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้น แต่ทำไมใบหน้าถึงดูหย่อนคล้อย

รู้สึกว่ากรอบหน้าดูไม่ชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน 😭

จู่ๆ ก็มีความคิดแวบเข้ามาว่า "เราดูแก่ขนาดนี้เลยเหรอ?"

วันนี้ สำหรับท่านที่กำลังพิจารณาทำ Shurink ที่อึยจองบู

ผมจะขออธิบายอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่หลักการทำงานไปจนถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงครับ

สาเหตุที่ผิวหย่อนคล้อย ไม่ใช่แค่ปัญหาที่ผิวชั้นนอก

"ดูแลตัวเองที่บ้านอย่างดี แต่ความยืดหยุ่นของผิวกลับลดลงเรื่อยๆ"

ใช่ครับ เป็นเรื่องปกติที่จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

ภายในชั้นผิวมีโปรตีนที่เรียกว่า คอลลาเจน และอีลาสติน

ซึ่งถักทอกันเป็นโครงข่ายเพื่อสร้างความยืดหยุ่น

เมื่ออายุมากขึ้น โครงข่ายนี้จะเริ่มหย่อนยานลง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชั้นหนังแท้และชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่เรียกว่า SMAS

ซึ่งเป็นโครงสร้างผิวชั้นลึกที่อ่อนแอลงพร้อมกัน

ทำให้แก้มห้อยย้อยและกรอบหน้าดูไม่ชัดเจนขึ้น

ไม่ว่าจะทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดีแค่ไหน แต่ส่วนนี้

ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข และนี่คือเหตุผลครับ

เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชั้นที่ลึกกว่า

ที่เครื่องสำอางจะเข้าถึงได้นั่นเอง

Shurink อึยจองบู เป็นหัตถการที่ส่งผลโดยตรงต่อชั้นผิวที่ลึกนี้ครับ

Shurink Universe คืออะไร?

Shurink Universe คือเครื่องยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) ที่พัฒนาโดยบริษัท CLASSYS ในเกาหลี

ซึ่งเป็นอุปกรณ์ยกกระชับแบบ High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU)ครับ

ได้รับการรับรองจาก อย. เกาหลี และได้รับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ยุโรป CE MDD

รวมถึงมีผลการทดสอบทางคลินิกที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านผิวหนังของยุโรป (JEADV)

เป็นเวอร์ชันที่ 2 ที่อัปเกรดจาก Shurink รุ่นเดิม

โดยมีจุดเด่นคือความเร็วในการทำที่เร็วกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า และความเจ็บที่ลดลง

หลักการทำงานเป็นดังนี้ครับ

เหมือนกับหนังยางที่ยืดออก เมื่อได้รับความร้อนก็จะกลับมายืดหยุ่นอีกครั้ง

โดยการส่งพลังงานอัลตราซาวด์ไปโฟกัสที่ความลึกเฉพาะเจาะจงใต้ผิวหนัง เพื่อสร้างจุดความร้อน (TCP)

ซึ่งจะช่วยกระชับเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ

เนื่องจากส่งผลเฉพาะภายในโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก

คุณจึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ

Shurink Universe แตกต่างจาก Shurink รุ่นเดิมอย่างไร?

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มโหมด MP (Micro Pulse)

Shurink รุ่นเดิมจะส่งพลังงานในรูปแบบจุด (Dot)

แต่ Shurink Universe ได้เพิ่มโหมด MP ที่แบ่งจุดความร้อนให้ละเอียดขึ้น

และส่งพลังงานในรูปแบบเส้น (Line)

ทำให้พลังงานถูกส่งไปอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีช่องว่าง ช่วยลดความเจ็บ

และช่วยให้ความร้อนในชั้นผิวเพิ่มขึ้นอย่างเสถียร

หัวคาร์ทริดจ์มีการแบ่งระดับความลึกที่ละเอียดขึ้นเป็น 1.5mm, 2.0mm, 3.0mm, 4.5mmครับ

ทำให้สามารถทำในบริเวณที่เข้าถึงยาก เช่น ระหว่างคิ้ว รอบดวงตา

และบริเวณที่มีความโค้งมนได้

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มหัว Ultra Booster แบบปากกา (Pen-type)

ซึ่งช่วยให้ส่งพลังงานไปยังบริเวณที่มีความโค้งมนที่หัวแบบแท่ง (Bar) เดิมเข้าถึงยาก

ได้อย่างแม่นยำโดยไม่สูญเสียจำนวนช็อต (Shot)

การทำงานในแต่ละระดับความลึกเป็นอย่างไร?

  • หัวทิป 1.5mm

กระตุ้นชั้นหนังแท้ส่วนบน ช่วยปรับปรุงสภาพผิวและริ้วรอยเล็กๆ

บางท่านอาจรู้สึกถึงความตึงกระชับได้ทันทีหลังทำ

  • หัวทิป 3.0mm

ส่งพลังงานถึงชั้นหนังแท้ส่วนล่าง เพื่อกระตุ้นความยืดหยุ่นและผลลัพธ์การยกกระชับ

เช่นเดียวกัน หลายท่านมักจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ

  • หัวทิป 4.5mm

ส่งพลังงานไปถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS)

ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

ในระดับความลึกนี้ คอลลาเจนจะเริ่มจัดตัวใหม่หลังจากผ่านไป 2~4 สัปดาห์

ช่วยแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย, ร่องแก้ม และเหนียง

โดยจะเป็นการผสมผสานทั้ง 3 ระดับความลึกให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณครับ

ผลลัพธ์จะปรากฏเมื่อไหร่และอย่างไร?

ผลลัพธ์หลังทำ Shurink ที่อึยจองบู

จะเห็นผลในช่วงเวลาที่แตกต่างกันตามความลึกของหัวคาร์ทริดจ์

👉ชั้นตื้น (1.5mm, 3.0mm)

หลายท่านจะรู้สึกถึงความตึงกระชับได้ทันทีหลังทำ

👉ชั้นลึก (4.5mm) คอลลาเจนในชั้นพังผืดจะเริ่ม

จัดตัวใหม่และค่อยๆ กระชับขึ้นหลังจากผ่านไป 2~4 สัปดาห์

ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่ของหัตถการอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ข้อดีและข้อจำกัดของ Shurink Universe ที่อึยจองบู

สามารถคาดหวังผลลัพธ์การยกกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ข้อดีคือสามารถล้างหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีในวันที่ทำ

สามารถปรับแต่งการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณได้ด้วยการผสมผสานหัวคาร์ทริดจ์

ความเจ็บลดลงและใช้เวลาในการทำน้อยลงเมื่อเทียบกับ Shurink รุ่นเดิมครับ

เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ

หลายท่านจึงมักจะได้รับคำชมว่า "ช่วงนี้ดูดีขึ้นนะ"

เป็นหัตถการที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงที่ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน

สำหรับผู้ที่มีไขมันบนใบหน้าน้อยหรือมีปัญหาแก้มตอบนั้น

อาจเกิดปัญหาแก้มบุ๋มได้ จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำ

ในกรณีที่พบได้น้อย อาจมีอาการเบิร์น หรือการระคายเคืองของเส้นประสาทอาจเกิดขึ้นได้

หากมีอาการดังกล่าว ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีฟังก์ชันแสดงภาพภายในชั้นผิวแบบเรียลไทม์

การทำโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ที่ได้

🟢แนะนำสำหรับบุคคลเหล่านี้

  • ผู้ที่กังวลเรื่องแก้มหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัดเจน

  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด

  • ผู้ที่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น

🔴ข้อควรระวังสำหรับบุคคลเหล่านี้

  • ผู้ที่มีผิวบางมากหรือกังวลเรื่องแก้มตอบ

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์

  • ผู้ที่มีวัสดุโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ทำหัตถการ

วิธีการดูแลตัวเองหลังทำ

สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ในวันที่ทำ

แต่ควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และใช้น้ำอุ่นแทนในช่วง 2~3 วันแรก

งดการเข้าซาวน่า, โรงอาบน้ำร้อน, ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์

ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ระคายเคือง เช่น เรตินอล, AHA, BHA ชั่วคราว

ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเมื่อออกไปข้างนอก

การดื่มน้ำให้เพียงพอและการนอนหลับพักผ่อนที่เต็มอิ่มจะช่วยในการฟื้นฟูคอลลาเจน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

ขึ้นอยู่กับความลึกของหัวคาร์ทริดจ์ครับ

การทำในชั้นตื้น บางท่านจะรู้สึกถึงความตึงกระชับได้ทันที

ส่วนการทำในชั้นลึก คอลลาเจนจะเริ่มจัดตัวใหม่หลังจากผ่านไป 2~4 สัปดาห์

และจะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ

Q. ต้องทำกี่ครั้ง?

ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความร่วงโรยของแต่ละบุคคลครับ

เราจะแนะนำจำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมหลังจากได้ตรวจสภาพผิวจริงแล้ว

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Q. กังวลเรื่องแก้มบุ๋ม

สำหรับผู้ที่มีไขมันบนใบหน้าน้อยหรือมีปัญหาแก้มตอบ

จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทำอย่างแน่นอนครับ

เนื่องจากการปรับพลังงานและการเลือกหัวคาร์ทริดจ์เป็นสิ่งสำคัญ

จึงแนะนำให้รับบริการจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ

Q. เจ็บมากไหม?

ความเจ็บลดลงเมื่อเทียบกับ Shurink รุ่นเดิม

และจะมีการแปะยาชาให้ก่อนเริ่มทำครับ

ระหว่างทำอาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือจี๊ดๆ บ้าง

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Q. หลังทำมีผลข้างเคียงไหม?

อาจมีอาการรอยแดง, บวม หรือแสบร้อนชั่วคราวหลังทำ

ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงครับ

ในกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดปัญหาแก้มบุ๋ม, อาการเบิร์น หรือการระคายเคืองของเส้นประสาทชั่วคราว

หากอาการผิดปกติยังคงอยู่ กรุณากลับมาพบแพทย์ทันทีครับ

หากคุณเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจกับรูปถ่ายที่ไม่มีฟิลเตอร์

นั่นอาจไม่ใช่แค่สัญญาณของความร่วงโรย

แต่เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างภายในผิวของคุณกำลังเปลี่ยนแปลงไป

Shurink อึยจองบู อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน

แต่ถ้าคุณต้องการความเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติ

นี่คือหัตถการที่คุ้มค่าแก่การเข้ามาปรึกษาและตรวจสภาพผิวดูสักครั้งครับ

ที่ Cleor Clinic สาขาอึยจองบู เราจะตรวจสภาพผิวของคุณอย่างละเอียด

และให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาครับ

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ตลอดเวลาครับ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งข้อมูลทั่วไปเท่านั้น

ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

กรุณาตัดสินใจรับบริการหลังจากปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ