ก่อนรับบริการเลเซอร์เม็ดสีที่อึยจองบู การตรวจวินิจฉัยผิวด้วย Mark-Vu คือสิ่งสำคัญอันดับแรก

14 เมษายน 2569

สวัสดีครับ

ผม นพ. โจ ฮยอก-ชาน ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขาอึยจองบู ครับ

หลังจากเข้ารับการทำเลเซอร์

มีหลายท่านที่มักจะพูดว่า

"ทำเลเซอร์เม็ดสีไปแล้วแท้ๆ

แต่ฝ้ายังเหมือนเดิมเลย"

"ทำโปรแกรมกระชับรูขุมขนไปตั้งหลายครั้ง

ทำไมถึงมีแค่ฉันที่ไม่เห็นผลล่ะ?"

เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หลายคนมักจะโทษตัวเครื่องหรือโทษคลินิกก่อน

แต่ในความเป็นจริง สาเหตุอาจมาจากปัจจัยอื่นได้บ่อยครั้ง

นั่นคือการที่สภาพผิว

ไม่ได้รับการวิเคราะห์อย่างถูกต้องก่อนเริ่มทำหัตถการนั่นเอง

แม้จะดูเหมือนฝ้าและเข้ารับการรักษาฝ้า

แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นจุดด่างดำ หรือคิดว่าเป็นเม็ดสีที่ชั้นหนังกำพร้า

แต่กลับเป็นเม็ดสีที่ฝังลึกอยู่ในชั้นหนังแท้

หากเริ่มต้นผิดจุด ต่อให้เป็นหัตถการที่ดีแค่ไหน

ก็ยากที่จะเห็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง

ดังนั้นที่ Cleor Clinic สาขาอึยจองบู

เราจึงเริ่มด้วยการวิเคราะห์ผิวด้วยเครื่อง Mark-Vu ก่อนทำหัตถการเสมอ

วันนี้เราจะมาเจาะลึกว่า Mark-Vu คือเครื่องอะไรกันแน่

จำเป็นต้องใช้ก่อนทำหัตถการประเภทไหนเป็นพิเศษ

ไปจนถึงวิธีการนำมาใช้ติดตามผลหลังทำหัตถการ

โดยจะอธิบายให้ฟังเหมือนกำลังนั่งปรึกษาอยู่กับคุณหมอเลยครับ

Mark-Vu คือเครื่องอะไร?

Mark-Vuคือ

ระบบวินิจฉัยผิวหนังที่ใช้กล้องความละเอียดสูงถึง 18 ล้านพิกเซล

ร่วมกับแหล่งกำเนิดแสง LED 4 ประเภท

เพื่อถ่ายภาพและวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียดแม่นยำ

จุดที่แตกต่างจากเครื่องวินิจฉัยผิวทั่วไปมากที่สุด

คือระบบของแหล่งกำเนิดแสง

เครื่องวินิจฉัยผิวส่วนใหญ่มักจะใช้

ระบบแฟลชที่ปล่อยแสงจ้าออกมาในชั่วขณะ

การใช้แฟลชอาจทำให้เกิดการสะท้อนของแสง

ทำให้ผิวดูดีกว่าความเป็นจริง

หรือในทางกลับกัน อาจเกิดความผิดเพี้ยนที่ทำให้ดูแย่เกินจริงได้

แต่ Mark-Vu ใช้แหล่งกำเนิดแสง LED แบบต่อเนื่อง (Continuous Light Source)

พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนกับการถ่ายภาพภายใต้แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เป็นธรรมชาติ

ในสภาวะที่แสงสม่ำเสมอและกระจายตัวอย่างทั่วถึง

เพื่อบันทึกสภาพผิวตามความเป็นจริงนั่นเองครับ

นอกจากนี้ 👉ยังมีการเพิ่มฟิลเตอร์โพลาไรซ์ (Polarizing Filter) เพื่อตรวจจับสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เช่น ริ้วรอยเล็กๆ, เม็ดสีในชั้นผิวลึก

รวมถึงขอบเขตของอาการหน้าแดงได้อย่างละเอียดอีกด้วย

แหล่งกำเนิดแสงทั้ง 4 ประเภท ใช้ดูอะไรบ้าง?

หัวใจสำคัญของ Mark-Vu

คือการที่แสงแต่ละประเภทให้ข้อมูลผิวที่แตกต่างกัน

  • แสงปกติ (Normal Light)

เป็นโหมดการถ่ายภาพพื้นฐานที่สุด

แสดงสภาพผิวที่ใกล้เคียงกับที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

เพื่อตรวจสอบสภาพผิวโดยรวม, ขนาดรูขุมขน,

เนื้อผิว และสีผิว

ใช้สำหรับบันทึกสภาพผิว

เพื่อเป็นค่ามาตรฐานก่อนเริ่มทำหัตถการ

  • แสงเงา (Specular Light)

ช่วยเพิ่มการสะท้อนของพื้นผิวให้สูงสุด

เพื่อให้เห็นการกระจายตัวของซีบัมและลักษณะความไม่เรียบเนียนของผิวได้อย่างชัดเจน

นอกจากจะช่วยวิเคราะห์ประเภทผิวในปัจจุบันแล้ว

ยังมีคุณสมบัติเด่นในการทำนาย

ริ้วรอยในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นได้อีกด้วย

  • แสงยูวี (UV Light)

เป็นโหมดที่ดึงปัญหาที่ซ่อนอยู่และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ให้ปรากฏขึ้นมา

สามารถตรวจสอบได้ทั้งเม็ดสีเมลานินที่แฝงตัวอยู่ในชั้นผิว

ไปจนถึงร่องรอยที่เกิดจากเชื้อสิว (Porphyrin)

ผ่านแสงประเภทนี้

  • แสงโพลาไรซ์ (Polarized Light)

เป็นวิธีการยับยั้งการสะท้อนของพื้นผิว

เพื่อเน้นให้เห็นเฉพาะเม็ดสีอย่างชัดเจน

สามารถแยกแยะเม็ดสีในชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ออกเป็นชั้นๆ ได้

รวมถึงระบุขอบเขตของอาการหน้าแดง, เม็ดสีน้ำตาล, ฝ้าที่ฝังลึกในชั้นหนังแท้

และรอยคล้ำใต้ตาได้

จากการรวบรวมข้อมูลของแสงทั้ง 4 ประเภทนี้

จะสามารถวิเคราะห์ปัญหาผิวได้มากกว่า 12 ประการในครั้งเดียว เช่น รูขุมขน, ริ้วรอย, ริ้วรอยในอนาคต, รอยดำ,

เมลานิน, โทนสีผิว, รอยคล้ำใต้ตา, อาการหน้าแดง,

เม็ดสีน้ำตาล, ซีบัม, พอร์ไฟริน และความกระจ่างใส

วิเคราะห์ปัญหาผิวได้มากกว่า 12 ประการในครั้งเดียว

จำเป็นต้องใช้ก่อนทำหัตถการประเภทไหนเป็นพิเศษ?

  • ผู้ที่กำลังพิจารณาทำเลเซอร์เม็ดสี

แม้ฝ้าและจุดด่างดำจะดูคล้ายกันจากภายนอก

แต่ชั้นผิวที่เกิดและสาเหตุนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

การวิเคราะห์ผ่านแสงยูวีและแสงโพลาไรซ์จะช่วยให้ทราบว่า

เม็ดสีอยู่ในชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นหนังแท้

และฝังลึกแค่ไหน

ซึ่งต้องตรวจสอบก่อนเพื่อเลือกเลเซอร์ที่เหมาะสม

หากเริ่มทำโดยไม่มีขั้นตอนนี้

อาจเกิดกรณีที่ได้รับการรักษาด้วยเลเซอร์

ที่มีความยาวคลื่นไม่ตรงกับปัญหาได้

  • ผู้ที่กำลังจะทำหัตถการยกกระชับ (Lifting)

หัตถการที่ดูแลเรื่องความยืดหยุ่นและความหย่อนคล้อยอย่าง Ulthera หรือ Thermage

การประเมินความหนาของผิวและสภาวะความยืดหยุ่นในปัจจุบัน

มีผลสำคัญอย่างมากต่อการวางแผนการรักษา

ข้อมูลก่อนทำที่บันทึกด้วย Mark-Vu

ยังใช้เป็นจุดอ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้อีกด้วย

ผู้ที่กำลังพิจารณาทำหัตถการรูขุมขนและซีบัม

สามารถตัดสินใจแนวทางการรักษาได้หลังจากตรวจสอบการกระจายตัวของซีบัมและขนาดรูขุมขน

อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการวิเคราะห์จากแสงเงา

"รูขุมขนกว้าง แต่ไม่รู้ว่ากว้างแค่ไหน

กันแน่" มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความกังวลนี้

  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและไม่แน่ใจว่าสามารถทำหัตถการอะไรได้บ้าง

หากประเมินค่าอาการหน้าแดงและความบอบบางของผิวก่อน

จะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้นว่า

ควรทำหัตถการประเภทใดและใช้ความเข้มข้นระดับไหน

ในสภาพผิวปัจจุบัน

สามารถใช้ติดตามผลหลังทำหัตถการได้เช่นกัน

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ Mark-Vu

คือการเปรียบเทียบก่อนและหลังทำหัตถการ

เนื่องจากมีการบันทึกภาพที่ถ่ายภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

แยกตามวันที่

และนำภาพทั้งสองมาวางเปรียบเทียบกัน

จึงไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่คลุมเครือว่า "เหมือนจะดีขึ้นนะ

แต่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน"

แต่เป็นการยืนยัน

อย่างเป็นรูปธรรมผ่านตัวเลขและรูปภาพว่าความเข้มของเม็ดสี, ขนาดรูขุมขน และขอบเขตของอาการหน้าแดง

เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ได้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะหัตถการที่เห็นผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เช่น เลเซอร์เม็ดสีหรือการรักษารูขุมขน

การเปรียบเทียบก่อน-หลังด้วย Mark-Vu จะยิ่งมีประโยชน์และเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

ขั้นตอนการวิเคราะห์ด้วย Mark-Vu เป็นอย่างไร?

เริ่มจากทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด

จากนั้นนั่งลงที่หน้าเครื่อง Mark-Vu

เพื่อถ่ายภาพด้วยแสงทั้ง 4 ประเภทตามลำดับ

ใช้เวลาถ่ายภาพไม่นาน

และไม่มีขั้นตอนที่สัมผัสผิวหรือก่อให้เกิดการระคายเคือง

จึงสามารถรับบริการได้อย่างสบายใจครับ

เมื่อถ่ายภาพเสร็จสิ้น คุณจะได้ดูภาพผลการวิเคราะห์และตัวเลขไปพร้อมๆ กับทีมแพทย์

เพื่อตรวจสอบว่าปัญหาผิวใดที่ควรได้รับการแก้ไขเป็นอันดับแรก

และหัตถการใดที่เหมาะสมกับสภาพผิวในปัจจุบันมากที่สุด

ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

⚠️ ข้อควรระวัง

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด ก่อนการถ่ายภาพด้วย Mark-Vu ควรทำความสะอาดผิว

ให้ปราศจากมอยส์เจอไรเซอร์, ครีมกันแดด และเครื่องสำอาง

หากมีผลิตภัณฑ์หลงเหลืออยู่บนผิว อาจส่งผลต่อการตอบสนองของแสง

และทำให้ผลการวิเคราะห์คลาดเคลื่อนจากสภาพผิวจริงได้

นอกจากนี้ Mark-Vu เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เพื่อประเมินสภาพผิว

และกำหนดแนวทางการรักษาเท่านั้น

การตัดสินใจเลือกหัตถการขั้นสุดท้ายตามผลการวิเคราะห์

จะต้องผ่านการปรึกษาโดยตรงกับทีมแพทย์เสมอ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Q. การวิเคราะห์ด้วย Mark-Vu สามารถรับบริการได้ทุกคนหรือไม่?

A. ใช่ครับ ตั้งแต่ผู้ที่มีปัญหาผิว

ไปจนถึงผู้ที่เพียงแค่อยากทราบสภาพผิวของตนเอง

ก็สามารถรับบริการได้ทุกคนครับ

หลายท่านมักจะเข้ารับการวิเคราะห์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อน

ที่จะตัดสินใจทำหัตถการครับ

Q. ช่วยแยกแยะระหว่างฝ้าและจุดด่างดำได้จริงไหม?

A. ด้วยการวิเคราะห์จากแสงยูวีและแสงโพลาไรซ์ ทำให้สามารถตรวจสอบเม็ดสีในชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้แยกกันได้

จึงช่วยเป็นข้อมูลอ้างอิงในการระบุประเภทของเม็ดสี

ที่ยากจะแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า

ได้เป็นอย่างดีครับ

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยที่แม่นยำจะขึ้นอยู่กับการประเมินของทีมแพทย์

โดยอ้างอิงจากผลการวิเคราะห์ครับ

Q. การรับบริการ Mark-Vu หลังทำหัตถการมีข้อดีอย่างไร?

A. คุณสามารถเปรียบเทียบภาพและตัวเลขที่ถ่ายภายใต้เงื่อนไขเดียวกับก่อนทำหัตถการได้แบบเคียงข้างกัน

มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการยืนยันการเปลี่ยนแปลง

ด้วยข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ความรู้สึกครับ

Q. สามารถทราบอายุผิวได้หรือไม่?

A. สามารถตรวจสอบค่าอ้างอิงสภาพผิว

เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของคนในกลุ่มอายุเดียวกันได้ครับ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น

ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับสภาพผิวจริงโดยรวมครับ

ไม่ว่าคุณจะเข้ารับหัตถการใดที่คลินิกผิวหนัง สิ่งที่จำเป็นที่สุดเป็นอันดับแรกคือ

การรู้จักสภาพผิวที่แท้จริงของตนเองในปัจจุบัน

การประเมินว่าส่วนไหนต้องการการดูแลอะไร โดยอ้างอิงจากข้อมูลไม่ใช่ความรู้สึก

นั่นคือหัวใจสำคัญ

ผมเชื่อว่านั่นคือขั้นตอนแรก

ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจครับ

ที่ Cleor Clinic สาขาอึยจองบู เราพร้อมช่วยคุณตรวจสอบและให้คำแนะนำ

ว่าสิ่งที่ผิวของคุณต้องการจริงๆ ในตอนนี้คืออะไร

ผ่านการวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Mark-Vu ครับ

หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถติดต่อสอบถามเพื่อขอรับคำปรึกษาได้เลยครับ

궁금한 점은 편하게 상담 문의 주세요.